cover new1

แบบประเมินความพึงพอใจ

https docs google com forms d e 1FAIpQLSflJfoN02iVH5RWQXTsY rKCtr7iISm6CYkV uQqAVDSXG6pQ viewform usp sf link

ประวัติความเป็นมาของบ้านโพนข่า

ตำบลโพนข่า อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

                บ้านโพนข่า ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2322 พื้นที่ตั้งบ้านสูงกว่าพื้นที่ทำนา เป็นเนินสูงแต่ไม่สม่ำเสมอ มีจอมปลวกใหญ่ๆอยู่มาก ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า โพน มีต้นมะค่า(มะข่า) เกิดอยู่ตามจอมปลวกเป็นส่วนมาก จึงถือเป็นสัญญาลักษ์ในนามบ้านว่า บ้านโพนข่า

                คนเฒ่าคนแก่ได้ยึดถือเอาอายุคนผู้เกิดในปีตั้งบ้านเป็นหลักฐานคำนวณดูและมีมติว่าได้ตั้งบ้านขึ้นในปี พ.ศ.2322 บ้านกับวัดตั้งขึ้นพร้อมกันและได้ลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานแล้ว

                คิดดูตาม พ.ศ. ที่ตั้งบ้านแล้วต้องเป็นสมัยกรุงธนบุรี กล่าวคือ พ.ศ.2310 พระเจ้าเวียนตาแห่งนครเวียงจันทร์ ได้สิ้นพระชนม์ลงโอรสท้าวเพี้ยเมืองแสน ได้ยกทัพเข้ายึดเมืองเวียงจันทร์ได้สำเร็จ และได้สถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบแทนทรงพระนามว่า พระเจ้าสิริบุญสาร

                เมื่อพระเจ้าสิริบุญสารขึ้นเสวยสมบัติแล้วได้กดขี่ข่มเหงเบียดเบียนประชาชน ราษฎรถึงได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ดังนั้นระยะประมาณ พ.ศ.2320 ท้าวโสมพะมิตรและอุปฮาดเมืองแสนค้อนโป่ง และเมืองแสนหน้าง้ำ ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เกิดขัดใจกับพระเจ้าสิริบุญสาร จึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกอพยพจากดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเช่น แถวบริเวณลุ่มแม่น้ำก่ำ หนองหาร ลำปาว ลำชี และตามแหล่งน้ำต่างๆทางอิสานเหนือ

                ต่อมาพระเจ้าสิริบุญสาร ได้ยกทัพติดตามเพื่อต้อนเอาคนที่หลบหนีให้กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเดิม ทำให้ท้าวโสมพะมิตรและพรรคพวกต้องอพยพหลบหนีต่อไป และได้แบ่งออกเป็นสองสาย

                สายที่หนึ่ง โดยมีเมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้านำพรรคพวกบ่าวไพร่บุตรหลานมุ่งหน้าทางตะวันออกเฉียวใต้ สมทบกับพระวอ พระตา ที่แตกทับมาจากเมืองเขื่อนขันธ์ กาบแก้วบัวบานหรือเมืองหนองบัวลำภู พระตาถูกปืนตายในสนามรบ พระวอกับเมืองแสนหน้าง้ำรวมไพร่พลที่เหลือหลบภัย เดินทางต่อไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ นำเครื่องบรรณาการเข้าถวายจ้านครจำปาศักดิ์ และได้ตั้งหลักฐานขึ้นที่บ้านดู่นาแก

                พ.ศ.2321 พระเจ้าสิริบุญสารยังความโกรธแค้น จึงตั้งให้เพี้ยสรรสุโภยยกกองทัพกำลังหมื่นเศษ เพื่อรุกรบจับพระเจ้าวอและพรรคพวก พระวอได้ยกกำลังต่อสู้แต่สู้กำลังเหนือกว่าไม่ได้ พระวอได้ถึงแก่กรรมความตายที่ค่ายบ้านดู่นาแก

                ท้าวคำผง ท้าวทิดพรหม ท้าวก่ำ ผู้เป็นบุตรหลานได้พาผู้คนที่เหลือหนีภัยสงคราม เข้าไปอยู่ในเกาะกลางแม่น้ำมูลชื่อว่า ดอนมดแดง จังหวัดอุบลปัจุบัน

                ในการเดินทางหลบภัยสายที่หนึ่ง โดยมีเมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้า สมทบกับพระวอพระตานำพรรคพวกบ่าวไพร่บุตรหลานมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากเมืองหนองบัวลำภูนั้นเป็นการหนีภัยสงคราม ซึ่งมีกองทัพของพระเจ้าสิริบุญสารไล่ติดตาม จนพระตาถูกปืนตายในสนามรบ พระวอกับเมืองแสนหน้าง้ำ นำไพร่พลที่เหลือเดินทางต่อไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ได้ผ่านแม่น้ำมูล,น้ำชีไป

                ในช่วงนี้เป็นเหตุให้ไพร่พลแตกกะจัดกะจายตามสายทางและหาที่หลบภัยตั้งบ้านเรือนอยู่ตามลำฝั่งแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล

                คนบ้านโพนข่า เป็นคนอพยพจากดินแดนประเทศลาวเป็นพรรคพวกบ่าวไพร่ของเมืองแสนหน้าง้ำและพระวอพระตา ซึ่งหนีภัยสงครามมา ซึ่งพระเจ้าสิริบุญสารแต่งตั้งให้พระสรรสุโภยยกทัพติดตามขับต้อนเพื่อจับพระวอพระตาและพรรคพวกมา

หลวงปู่สุริยาเป็นพระเถรอาวุโสได้หนีภัยร่วมพรรคพวกมาได้นำคณะญาติแยกจากพรรคพวก ข้ามแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลมาหาชัยภูมิตั้งหลักฐานบ้านเรือน ได้เห็นพื้นที่โนนสูงมีต้นไม้มะค่า (มะข่า) เกิดอยู่ในจอมปลวกใหญ่เป็นจำนวนมากตามชายโนนด้านตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีน้ำซับไหลตลอดปี ซึ่งเหมาะแก่การตั้งหลักฐานบ้านเรือนและเป็นที่ทำไร่ของบ้านกุดโง้งมาก่อน จึงติดต่อขอซื้อสิทธิครอบครองจากเจ้าของพืชไร่ได้แล้ว จึงเข้าตั้งบ้านเรือนขึ้นในปี พ.ศ.2322

                1.ตั้งบ้านเรือนขึ้นก่อนเรียกว่า คุ้มกลาง ขยายต่อไปทางทิศใต้ด้านตะวันตกวัด เรียกว่าคุ้มตะวันตก

                2.ต่อมามีพรรคพวกจากบ้านอีต้อมป่าไม้แดง ได้มาตั้งบ้านเรือนเพิ่มเข้าที่ทางทิศตะวันออกและอยู่ทิศเหนือของวัดเรียกว่า คุ้มบ้านแดงอีต้อม

                3.ต่อมามีคนเผ่าพูดภาษาเยอร์ย้ายมาจากเขต อำเภอราศีไศลเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ทางทิศเหนือเรียกว่า คุ้มเยอร์

                4.มีพรรคพวกจากประเทศลาวที่ค้างอยู่ระหว่างแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ได้อพยพตามมาอีกได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ด้านทิศใต้วัดมีเรือนหลังใหญ่ห้าห้องเรียกว่า คุ้มเรือนใหญ่

                5.มีพรรคพวกสายเดียวกันข้ามแม่น้ำชีแม่น้ำมูล ตามมาอีกเพื่อเข้าตั้งบ้านเรือนอยู่ด้วยกัน แต่พื้นที่โนนบ้านเต็มอัตราจึงตั้งบ้านเรือนขึ้นที่โนนตะวันออกห่างจากบ้านโพนข่าประมาณห้าเส้นเรียกว่า บ้านโนน สภาพภูมิศาสตร์ของบ้านโพนข่าไม่สม่ำเสมอเป็นโพน (โนน) ซึ่งมีต้มมะค่า (มะข่า)เป็นจำนวนมากจึงได้นามว่าบ้านโพนข่า

                บ้านโพนข่า ตั้งอยู่ทางทิศอาคเนย์ของตัวเมืองศรีสะเกษห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร

                ทิศเหนือ                จดเขตตำบลโพธิ์

                ทิศใต้                      จดตำบลโพนค้อ

                ทิศตะวันออก       จดตำบลตะดอบ

                ทิศตะวันตก          จดตำบลซำและตำบลหนองครก

                ประชาชนประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม ซึ่งมีพื้นที่ลุ่มๆดอนๆและเนื้อที่ไม่มากนักเมื่อกุลบุตรอนุชนเกิดมีมากขึ้นโดยลำดับกาลในระยะ 200 ปีเศษ ได้อพยพออกไปตั้งบ้านเรือนขึ้นใหม่อีก

ผู้บริหาร

นายสมบูรณ์    โมทะจิต
นายก อบต.โพนข่า

facebook อบต.โพนข่า

unnamed 1


paossk1

ssk1
banner 9569
banner 9559
logo rus
adminlocal
logo small
CGD
banner local2

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

029070
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาหืที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวมทั้งหมด
79
36
301
28188
1471
1636
29070

Your IP: 35.168.62.171
Server Time: 2020-10-22 22:17:05

ข่าวเด่นวันนี้

กีฬา

งานราชการ